IWG เผยการเปิดใจยอมรับความหลากหลาย ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้ดีขึ้น ยกระดับบทบาทผู้นำสตรี และความหลากหลายของบุคลากรเป็นคุณค่าขององค์การ
จากค่าเฉลี่ยกว่าร้อยละ 31 ของผู้หญิงที่ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทยนั้นมีแนวโน้มที่จะดำรงตำแหน่งในระดับบริหาร ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ระดับโลกมีผู้หญิงเพียงร้อยละ 24 ที่ได้ดำรงตำแหน่งในระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO ในบริษัทชั้นนำที่ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์จูน ทั้ง 500 อันดับ (Fortune 500Companies)
หากคิดเป็นสัดส่วนของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จกลับมีอัตราน้อยกว่าหนึ่งในสี่ หรือคิดเป็นร้อยละ 24 ของพนักงานทั้งหมดในระดับบริหารตามรายงานของนิตยาสารฟอร์จูนในปี 2561 แต่อย่างไรก็ตามพฤติกรรมและทัศนคติเกี่ยวกับผู้หญิงในระดับบริหารในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไป

จากผลสำรวจของปี 2562 โดย Ipsos (อิปซอสส์) บริษัทสำรวจและวิจัยตลาดจากประเทศฝรั่งเศสได้ทำการเผยผลสำรวจว่ากว่าร้อยละ 75 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก รู้สึกสบายใจที่จะทำงานร่วมกับหัวหน้าที่เป็นผู้หญิง ซึ่งหากเปรียบเทียบกับผลสำรวจเกี่ยวกับช่องว่างระหว่างเพศในการทำงานที่จัดทำโดย IWG ผู้ดำเนินการบริหารแบรนด์ผู้ให้บริการพื้นที่สำนักงานชั้นนำระดับโลก ในปี 2561 อย่าง Regus (รีจัส) Spaces (สเปซเซส) HQ (เอชคิว) Signature (ซิกเนเจอร์) และนัมเบอร์เอธทีน (No.18) ที่เผยให้เห็นว่ากว่าร้อยละ 69 ของพนักงาน IWG ที่เป็นผู้บริหารระดับกลางเป็นผู้หญิง และในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของ IWG ที่เป็นผู้หญิงมีจำนวนสูงถึงร้อยละ41 ของ IWG
เช่นเดียวกับ IWG ประเทศไทยที่ได้มีผู้บริหารหญิงมากกว่าร้อยละ 70 ของพนักงานทั้งหมดในประเทศไทย โดยมีส่วนช่วยในการขยับขยายแบรนด์พื้นที่สำนักงานภายใต้ IWG ร่วมกันถึงสามแบรนด์ซึ่งประกอบด้วย Regus (รีจัส), Spaces(สเปซเซส) และ HQ (เอชคิว)
ทางด้านคุณลอเรน ไวบเบอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลลูกค้า และ คุณฟาติมา คอนนิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของ IWG กล่าวว่า “สาเหตุที่ IWG ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เป็นผลมาจากวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความหลากหลายทางทรัพยากรบุคคลที่มอบความยืดหยุ่นและความสมดุลในการทำงานเป็นค่านิยมหลักเสมอ”
“นับตั้งแต่วันแรกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ IWG ฉันสัมผัสได้ถึงความหลากหลายของพนักงานภายในองค์กร อย่างสำนักงาน IWG เมืองบาร์เซโลน่า ในประเทศสเปน ที่มีการใช้ภาษากว่า 40 ภาษาในการสื่อสาร ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจและประทับใจมาก และทำให้ฉันได้รู้ทันทีเลยว่าได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่มีค่านิยมในแบบเดียวกัน” คุณฟาติมา กล่าวเสริม

“ในฐานะที่เป็นหัวหน้างาน เธอได้ความพยายามในการสานต่อเจตนารมย์ ในการส่งเสริมความหลากหลายของทรัพยากรบุคคลด้วยความเชื่อว่าความหลากหลายนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของบุคคลากรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธกิจที่ฉันจะต้องสร้างทีมที่มีมุมมองในรูปแบบเดียวกันและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันให้กับผู้หญิงในก้าวขึ้นสู่ระดับบริหาร และตัวฉันเองก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของโอกาสระหว่างการทำงานที่ IWG”
“ทุก ๆ อย่างจะยิ่งดีไปกว่านี้หากผู้นำหญิงสามารถที่จะเป็นผู้นำในองค์กรได้ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาอาชีพอย่างมีคุณภาพ มีประสบการณ์มากพอและช่วยกันส่งเสริมให้ผู้หญิงนั้นประสบความสำเร็จต่อไป”
จากผลสำรวจพื้นที่การทำงานทั่วโลก โดย IWG เมื่อเร็ว ๆ นี้ สรุปได้ว่า กว่าร้อยละ 83 ของพนักงาน มีแนวโน้มที่จะปฏิเสธการร่วมงานกันกับองค์กรที่ขาดความยืดหยุ่นในการทำงาน ซึ่งปัจจัยด้านความยืดหยุ่นในการทำงานนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละองค์กรในการให้ความสำคัญต่อความยืดหยุ่นและความเท่าเทียมกันในการทำงานภายในองค์กร
มร. ลาส์ วิททิก รองประธานฝ่ายขายประจำภูมิภาคอาเซียนของ IWG กล่าวว่า“เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีนั้นสามารถมอบความยืดหยุ่นในการทำงานได้อย่างแท้จริง ซึ่งมันถึงเวลาที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่าง ๆ และปล่อยให้คนของเราทำงานได้อย่างยืดหยุ่น ดังนั้นหากหัวหน้างานสามารถช่วยให้พนักงานจัดการเวลาและพื้นที่ส่วนตัวในชีวิตได้อย่างลงตัว มันจะช่วยให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายและมีกำลังใจในการทำงาน รวมไปถึงจะการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานนั้นดียิ่งขึ้น”
“IWG ส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันระหว่างพนักงานทในทุกระดับ ซึ่งเราตระหนักดีว่าความหลากหลายทางเพศและวัฒนธรรมมีความสำคัญในการสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ดังนั้นเราจึงทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่พึงประสงค์สำหรับทุกคน เพราะเราเชื่อว่าเรามีความแข็งแกร่งพอในการริเริ่มความเท่าเทียมกันและสิ่งเหล่านี้จะฝังอยู่ภายในฝ่ายทรัพยากรบุคคลและกระบวนการปฏิบัติงานของเราตลอดไป”
